คุยกับ ENZ : “นิวซีแลนด์” เพชรน้ำงาม ทางการศึกษากลางมหาสมุทร

คุยกับ ENZ : “นิวซีแลนด์” เพชรน้ำงาม ทางการศึกษากลางมหาสมุทร

EDUCA จับเข่าคุยกับ “คุณช่อทิพย์ ประมูลผล” ผู้จัดการตลาดหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand : ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย กับข้อมูลเชิงลึกของการศึกษานิวซีแลนด์ ……ขุมทรัพย์ความรู้ทางการศึกษาที่ครูไทยควรรู้จัก

 

ทำไมเราจึงควรจับตามองการศึกษานิวซีแลนด์

จากการวัดผล Worldwide educating for the future index จากทั้งหมด 35 ประเทศทั่วโลก โดยหน่วยเศรษฐศาสตร์ของ the economist ในเดือนกันยายนปี 2017 ที่ผ่านมา นิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านการเตรียมพร้อมนักเรียนสู่อนาคต โดยวัดจากทักษะการเตรียมความพร้อมเด็ก 15-24 ปี ซึ่งมีค่าเฉลี่ยรวมสูงสุดจากการวัดผลใน 8 ด้าน คือ curriculum framework for future skills, teacher education, career counselling in schools, government education expenditure, effective policy implementation system, universities and industry collaboration และ cultural diversity and tolerance รวมทั้งมีการจัดทำประชาพิจารณ์เพื่อทำหลักสูตรใหม่ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งเยาวชน ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารโรงเรียน รวมทั้งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ร่วมกัน ซึ่งสะท้อนการพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นองค์รวมของนิวซีแลนด์ได้อย่างชัดเจน

 

นิวซีแลนด์ คาดหวังจากการจัดจากศึกษาแบบนี้

นิวซีแลนด์มีเป้าหมายยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศในการสร้างความเป็นพลเมืองโลก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างนักเรียนต่างชาติที่เรียนในนิวซีแลนด์ หรือนักเรียนชาวนิวซีแลนด์เอง โดยนิวซีแลนด์ระบุเรื่องการสร้างความเป็นพลเมืองโลกในยุทธศาสตร์การศึกษาแห่งชาติของนิวซีแลนด์ตั้งแต่ปี 2018-2030  แม้ว่าประชากรของนิวซีแลนด์จะมีไม่มากเนื่องจากเป็นประเทศขนาดเล็ก ทรัพยากรภายในประเทศที่พัฒนาและผลิตขึ้นมาทั้งภาคอุตสาหกรรม การบริการ หรือสินค้าต่างๆ จึงถูกส่งออกไปทั่วโลก โดยเพราะโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไปสู่โลกไร้พรมแดนจากผลของเทคโนโลยีที่เข้ามาเกี่ยวข้อง นิวซีแลนด์จึงคาดหวังว่า การศึกษาของนิวซีแลนด์จะสามารถสร้างคนที่ออกไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโลกต่อไปได้ในอนาคต

สังคมนิวซีแลนด์มองว่าการสร้างคนสู่อนาคตเป็นหน้าที่ของครูเท่านั้นหรือเปล่า

สังคมนิวซีแลนด์การสร้างคนมีการสร้างคนที่เตรียมพร้อมสู่อนาคตอย่างเป็นองค์รวมทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น คือ ทั้งครอบครัว โรงเรียน ภาครัฐ ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ แม้กระทั่งการปรับปรุงหลักสูตรก็ใช้วิธีประชาพิจารณ์รับความคิดเห็นจากทุกคนทั้งจากตัวเด็ก ผู้ปกครอง ครู โรงเรียน รวมทั้งภาคอุตสาหกรรม ในการระบุว่าทักษะใดที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ ทักษะใดที่ต้องสร้างให้กับนักเรียน และแม้กระทั่งทักษะที่ครูต้องปรับตัวตามเพื่อพัฒนานักเรียนด้วยเช่นกัน โดยแต่ละชุมชนต่างก็มีบทบาทของตัวเอง ซึ่งครูมีบทบาทสำคัญในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเยาวชนผ่านหลักสูตรการศึกษาชาติ

 

ถ้าเช่นนั้นแล้วเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล สังคมนิวซีแลนด์มองว่าครูยังมีความสำคัญหรือไม่

บทบาทครูยังคงมีความสำคัญมากเพราะซอฟต์สกิลเป็นสิ่งสำคัญที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ไม่ได้ โดยในประเทศนิวซีแลนด์มุ่งเน้นให้ครูจะช่วยให้นักเรียนค้นหาศักยภาพของตนเอง ผ่าน inquiry learning model คือครูจะช่วยตั้งคำถามให้นักเรียนคิดแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือให้นักเรียนค้นพบศักยภาพของตนเองเป็นรายบุคคล การที่ครูให้ความสำคัญกับเด็กแต่ละคนเป็นการส่วนตัว ไม่ได้มองรวมๆ แต่ดูว่าเด็กแต่ละคนเหมาะกับอะไร มีศักยภาพอะไร ชอบอะไร  โดยวางรากฐานมาตั้งแต่เข้าเรียน เมื่อนักเรียนโตขึ้นก็จะเลือกอะไรที่เหมาะกับตัวตนของตัวเอง ทำให้นักเรียนมีเส้นทางการศึกษาที่ชัดเจนต่อการประกอบอาชีพและเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เขามีความพึงพอใจในงานและทำงานอย่างมีความสุข จึงแสดงให้เห็นว่า บทบาทสำคัญของครูที่ไม่สามารถถูกลดคุณค่าไปได้ คือบทบาทในการให้แนวทางการศึกษา และแนวทางในการสนับสนุนให้นักเรียนเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง

ดังนั้นบทบาทของครูในนิวซีแลนด์ เป็นอย่างไรบ้าง
ในนิวซีแลนด์ มองบทบาทครูใน 3 ด้าน คือ

  1. ครูคือใคร – ครูคือผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน ให้กล้าคิดกล้าแสดงออก และกระตุ้นให้นักเรียนดึงศักยภาพของตัวเองออกมา โดยใช้พื้นที่การเรียนรู้ภายในโรงเรียนและชุมชนพัฒนาความเป็นตัวตนของนักเรียนออกมา
  2. ครูทำอะไร – ครูให้ทักษะที่จะเตรียมพร้อมนักเรียนในการออกไปเผชิญกับโลกภายนอก การออกไปทำงาน เป็นต้น
  3. ครูทำอย่างไร – ครูจะต้องสร้างความท้าทายให้นักเรียนค้นพบศักยภาพและตัวตนของตนเองผ่านการใช้หลักสูตรของนิวซีแลนด์ที่สนับสนุนให้นักเรียนดึงศักยภาพนักเรียนออกมาตั้งแต่ประถมขึ้นไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้นเรียนผ่านวิชาพื้นฐานทั้่วไป และในช่วงมัธยมศึกษาปลาย ที่นักเรียนจะเรียนวิชาหลักบางส่วนและเลือกวิชาเฉพาะตามความสนใจที่เหมาะสมกับความเป็นตัวตนของเขา โดยมีทางเลือกให้มากกว่า 40 วิชา ที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบตนเองและดึงศักยภาพของตนเองมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ

เมื่อครูมีบทบาทเช่นนี้แล้ว ที่นิวซีแลนด์สนับสนุนการพัฒนาครูอย่างไร

นอกจากที่นิวซีแลนด์กำลังมีการปรับหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ในช่วงนี้แล้ว ก็มีการพัฒนาระบบครุศึกษาให้ทันกับประเด็นความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน โดยนิวซีแลนด์เชื่อว่าการสร้างครูที่มีประสิทธิภาพจะต้องวางรากฐานครูที่ครุศึกษาก่อน ทั้งด้านมาตรฐานวิชาชีพครู และการพัฒนาครูให้รองรับต่อการจัดการเรียนรู้ทักษะให้เหมาะการเปลี่ยนในอนาคต ด้วยความร่วมมือของสถาบันครุศึกษาที่นอกจากทำหน้าที่ผลิตครูแล้ว ยังดูแลเรื่องการพัฒนาครูในสมาพันธ์โรงเรียนทั่วทั้งประเทศ

 

นอกจากพัฒนาครูที่นิวซีแลนด์แล้ว การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงาน EDUCA 2018 ทางหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์คาดหวังว่าครูไทยจะเรียนรู้อะไรได้จากงานนี้บ้าง

สิ่งที่เชื่อว่าครูไทยจะเรียนรู้ได้จากกิจกรรมของหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ คือ การที่ครูไทยจะเข้าถึงเด็กได้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าบริบทห้องเรียนระหว่างประเทศไทยและนิวซีแลนด์จะต่างกัน แต่ชุดความรู้เรื่องวิธีการที่จะเข้าถึงเด็กทุกคน เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันได้ เพราะห้องเรียนที่นิวซีแลนด์มีนักเรียนที่หลากหลายทั้งในและจากต่างประเทศแม้กระทั่งนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ จึงเป็นโอกาสที่ครูไทยจะสามารถมาเรียนรู้วิธีการปรับตัวเข้าหานักเรียน เพื่อค้นหาตัวตนของเขาแล้วดึงศักยภาพของเขาออกมาได้ รวมทั้งวิธีการให้คำแนะนำ ตลอดจนกระบวนการจัดการเรียนรู้และการแนะแนวได้ในงานนี้

 

นอกจากนี้คุณครูยังสามารถสอบถามการพัฒนาวิชาชีพครู ณ ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ในงานมหกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู (EDUCA 2018) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17-19 ตุลาคม 2561 นี้ ณ อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี

 

อ้างอิง :

www.studyinnewzealand.govt.nz

Worldwide Educating for the Future Index – The Economist

 

Share With: