Educa’s choice แนะให้ครูอ่าน เก็บตกหนังสือน่าอ่านจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46

Educa’s choice แนะให้ครูอ่าน เก็บตกหนังสือน่าอ่านจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46

เรื่อง: ภัทรพร บุญนำอุดม

ภาพ: กชกร มั่นคงเจริญกิจ

 

ช่วงระหว่างการปิดภาคเรียนเช่นนี้ นอกจากจะเป็นเวลาของการจัดการงานเอกสาร รวมทั้งวางแผนสำหรับการเรียนการสอนสำหรับภาคเรียนใหม่ ยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการจัดการเรียนรู้ของครูทุกคน

ทุกๆ ปี EDUCA จึงไม่พลาดที่จะไปเดินเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 46 โดยภาพเราได้เห็นเป็นประจำทุกครั้งคือ ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาที่ต่างมาซื้อหนังสือ ร่วมกิจกรรมต่างๆ และพบปะพูดคุยกับนักเขียน หรือนักแปลที่ตัวเองชื่นชอบ

EDUCA ได้เห็นหนังสือที่น่าสนใจอยู่มากมายหลายเล่ม และอยากนำมาแบ่งปันให้คุณครูได้อ่านร่วมกัน สำหรับครูท่านไหนที่ได้ไปเที่ยวงานหนังสือกันมาแล้ว หยิบเล่มไหนกลับมา อย่าลืมมาเล่าให้เราฟังบ้าง จะได้แบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยไปด้วยกันนะคะ

 

02world

 

หมวดความรู้รอบโลก

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์โลกและเรื่องราวของจักรวาลนับเป็นสิ่งที่เด็กในวัยเรียนรู้ โดยเฉพาะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ การอ่านหนังสือในหมวดความรู้รอบโลก นอกจากจะมีประโยชน์ในแง่ของการช่วยเพิ่มพูนความรู้รอบตัวให้กับคุณครู การที่เรานำไปแลกเปลี่ยนกับเด็กๆ ในชั่วโมงโฮมรูม หรือก่อนเริ่มชั้นเรียนยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กกลับไปค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเองอีกด้วย

 

  1. เหตุการณ์โลก – World of Knowledge Series

ผู้เขียน: พรหมพร พิชชานันท์
สำนักพิมพ์: โนเบิ้ลบุ๊คส์

หนังสือที่รวบรวมและให้คำอธิบายต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญๆ ของโลกได้อย่างน่าสนใจ อย่างเช่น เรื่องราวของสงครามเย็นจากเกาหลีถึงเวียดนาม กรณีลอบสังหาร จอห์น เอฟ. เคนเนดี คดีอื้อฉาววอเตอร์เกต และความเป็นมาของการขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจทางการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

 

  1. เรื่องเร้นลับโลก – World of Knowledge Series

ผู้เขียน: พรพรหม พิชชานันท์
สำนักพิมพ์: โนเบิ้ลบุ๊คส์

สรรพสิ่งในจักรวาลคือความลับที่มีเสน่ห์ ชวนให้สนใจใคร่รู้ ในความกว้างใหญ่ไพศาลของจักรวาลย่อมเต็มไปด้วยสิ่งเร้นลับที่เกินกว่าความเข้าใจซ่อนอยู่ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นอาหารสมองชั้นดีที่สามารถกระตุ้นให้เราได้คิดและก่อให้เกิดคำถามที่พยายามจะไขความลับของจักรวาลอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

 

03history

 

หมวดความรู้ประวัติศาสตร์ไทย

เรียนรู้เรื่องราวรอบโลกและความเร้นลับของจักรวาลมาแล้ว อย่าลืมย้อนกลับมากดูตัวเองบ้าง โดยเฉพาะในช่วงที่ละครประวัติศาสตร์กำลังมาแรงเช่นนี้ ข้อมูลความรู้ทางประวัติศาสตร์ไทยจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการกระตุ้นชั้นเรียน เพราะเด็กที่ได้ดูละครย่อมอยากรู้ในบริบทประวัติศาสตร์ หรือครูอาจจะวางบทบาทในการเป็นผู้เริ่มต้นชวนเด็กๆ พูดคุยถึงเกร็ดประวัติศาสตร์เหล่านี้ ห้องเรียนก็น่าจะคึกคักไม่น้อยทีเดียว

 

  1. จดหมายเหตุ โกศาปานไปฝรั่งเศส

ผู้แต่ง: มองซิเออร์ เดอ วีเซ
ผู้แปล เจษฎจารย์ ฟ.ฮีเลย์
สำนักพิมพ์: เคล็ดไทย

ออกพระวิสุทธิสุนทร หรือท่านอัครราชทูตผู้เป็นตัวแทนประเทศสยามในการเดินทางไปเจริญทางพระราชไมตรีกับฝรั่งเศส ได้เก็บเกี่ยวสิ่งที่พบเห็นระหว่างทาง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ฝรั่งเศสให้ฟัง โดยหนังสือเล่มนี้จะได้บอกเล่าเหตุการณ์ที่ท่านได้พบเห็นกับตาตนเอง อ่านประกอบการดูละครแล้วนำมาพุดคุยกันในชั้นเรียนคงจะสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

 

  1. ออกญาวิไชเยนทร์ หรือการต่างประเทศในสมัยสมเด็จพระนารายณ์

ผู้แต่ง: ขจร สุขพานิช
สำนักพิมพ์: เคล็ดไทย

หนังสือที่วิเคราะห์วิจัยการเมืองไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ โดยเฉพาะกิจการต่างประเทศ อันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ พร้อมพรั่งพรูด้วยข้อมูลและเรื่องราวน่ารู้น่าสนใจของออกญาวิไชเยนทร์ อดีตอัครมหาเสนาบดีชาวกรีกคนสำคัญ นอกจากจะปรากฏตัวอย่างอื้อฉาวในละครแล้ว บทบาทและความสามารถของท่านผู้นี้ยังเป็นสิ่งที่คนไทยควรนำมาเรียนรู้กันต่อไป   

 

  1. ยกบางกอกให้ฝรั่งเศส เบื้องหลังการตัดสินพระทัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ผู้เขียน: เกริกฤทธิ์ เชื้อมงคล
สำนักพิมพ์: สยามความรู้

รวมบันทึกเหตุการณ์เบื้องหลังกรณีสมเด็จพระนารายณ์มหาราชตัดสินพระทัยยกเมืองบางกอกและเมืองมะริดให้กับประเทศฝรั่งเศส กระทั่งฝรั่งเศสส่งคณะทูตเข้ามาเจรจาทางลับและส่งกองทหารเข้ามาประจำการยังราชอาณาจักรสยามได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะเพลี่ยงพล้ำและพ่ายแพ้ตกเป็นเมืองขึ้น หรืออาณานิคมของอังกฤษ

 

04buildingschool

 

หมวดคู่มือการสร้างโรงเรียนที่ดี

โรงเรียนที่ดี ยังเป็นโจทย์ที่การศึกษาทุกยุคสมัยต่างมองหา โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นทุกวันนี้ นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนมีความแตกต่างและหลากหลายมากขึ้น แต่ต่างต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน แล้วหน้าตาของโรงเรียนที่จะตอบสนองทุกความต้องการและสร้างความสุขให้แก่ผู้คนในโรงเรียนควรมีหน้าตาแบบไหน ?

 

  1. การปฏิรูปโรงเรียน: แนวความคิด ‘ชุมชนแห่งการเรียนรู้’ กับการนำทฤษฎีมาปฎิบัติจริง

ผู้เขียน: ซาโต มานาบุ
จัดทำโดย: บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด

หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณครูเข้าใจถึงปรัชญา ตลอดจนแนวคิด วิธีการสอน ความร่วมมือ และสัมพันธภาพระหว่างนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ของชุมชนการแห่งการเรียนรู้ (Learning Community) จากการศึกษาค้นคว้าแนวคิด ทฤษฎี และการปฏิบัติจริงกว่า 20 ปี ของศาสตราจารย์มานาบุ ซาโต จึงทำให้คุณครูได้รู้ซึ้งและเข้าใจถึง SLC ครอบคลุมทุกมิติ

 

  1. ‘พัฒนาบทเรียนร่วมกันเพื่อชุมชนแห่งการเรียนรู้: คู่มือการปฏิรูปโรงเรียนที่ยั่งยืน’

ผู้เขียน: เออิสุเกะ ไซโตะ, มะสะซึงุ มุระเสะ, อะซึชิ ซึคุอิ และจอห์น ยีโอ
จัดทำโดย: บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด

หนังสือที่อธิบายวิธีการในการสร้างการปฏิรูปโรงเรียนให้เกิดขึ้นจริง ภายใต้แนวคิด SLC เมื่ออ่านจบแล้วครูจะมีความเข้าใจปรัชญาของการปฏิรูปโรงเรียนให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (School as Learning Community: SLC) และเข้าใจวิธีการสังเกตชั้นเรียน รวมถึงการอภิปรายสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจากชั้นเรียนของคุณ เมื่อเข้าใจปรัชญา SLC อย่างถ่องแท้ ห้องเรียนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ครูจะพบว่า ทุกกระทำของนักเรียนทุกคนล้วนมีความหมายและต้องการครูที่เข้าอกเข้าใจ

 

  1. การเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังกับ PLC เพื่อการพัฒนา

ผู้แต่ง: พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และคณะ
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คู่มือสำหรับการจัดการเรียนรู้ในยุคศตวรรษที่ 21 ที่ครูทุกคนควรรู้และเข้าใจ เพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างมีความสุขและสนุกกับเด็กที่มีความแตกต่างทั้งความสามารถ ความถนัดและสนใจนั้น รวมทั้งตอบหลากหลายคำถามที่ครูสงสัย เช่น การจัดการเรียนรู้เชิงรับและเชิงรุก มีวิธีการอย่างไร? การออกแบบการเรียนการสอนและเขียนแผนจัดการเรียนรู้สร้างเด็ก 4.0 ทำได้หรือ?

 

05-To-be-a-better-teacher

 

หมวดการเป็นครูที่ดี

ครูที่ดีคือ ครูที่เปี่ยมด้วยความเป็นครู ผู้มีจิตเมตตากรุณาและโอบอ้อมอารีต่อลูกศิษย์ ในการอุทิศตัวเพื่อสอนนักเรียนนั้น ครูจะฝึกปรือทั้งวิชาความรู้และความเป็นคนให้กับลูกศิษย์ และครูที่ดีในทศวรรษนี้จะต้องไม่ย่ำอยู่กับวิชาความรู้เดิม หากแต่เป็นครูที่เปิดรับความรู้และมุมมองใหม่ๆ ที่สำคัญคือ ไม่หยุดที่จะพัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเอง

 

  1. ครูคุณภาพสร้างได้ (Building a Better Teacher)

ผู้เขียน: Elizabeth Green
ผู้แปล: วิลาสินี ฤกษ์ปฏิมา เดอเบส
สำนักพิมพ์ openworlds

หนังสือที่มุ่งถอดรื้อมายาคติที่ว่า ครูดีนั้นต้องเกิดมาเก่ง เพราะที่จริงแล้วเราสามารถสร้างครูคุณภาพได้ผ่านชุดเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นโดยนักปฏิรูปการศึกษา โดยภายในหนังสือได้ฉายภาพให้เห็นเรื่องราวการปฏิวัติการฝึกหัดครูในสหรัฐฯ ที่ผ่านการทดลองมาแล้วหลายรูปแบบ ทั้งการสร้างหลักสูตรฝึกหัดครู และการสร้างห้องเรียนทดลองเพื่อไขความเป็นครูที่ดี การวิจัยการสอนที่หนักแน่นและจริงจัง ซึ่งจะย้ำให้เห็นความสำคัญว่า

‘พรแสวง’ สามารถสร้างครูที่ดีได้ยิ่งกว่า ‘พรสวรรค์’

 

  1. ครูแท้แพ้ไม่เป็น: เทคนิคและกำลังใจเพื่อครูมือใหม่ถึงครูวัยเก๋า (Real Talk for Real Teachers)

ผู้เขียน: เรฟ เอสควิท (Rafe Esquith)
ผู้แปล: อุบลรัตน์ เต็งไตรรัตน์
สำนักพิมพ์: สวนเงินมีมา

หนังสือที่บอกเล่าโดย เรฟ เอสควิท ครูผู้มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี ในฐานะครูประจำชั้นประถม 5 ห้อง 56 แห่งโรงเรียนโฮบาร์ต โรงเรียนประถมศึกษาที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐฯ โดยเขาได้นำศิลปะมาสอดแทรกในการเรียนการสอนในชั้นเรียน และทุ่มเทให้กับการสอนอย่างสุดหัวใจ ก่อนหน้านี้เขาเคยผ่านสภาวะ ‘ไฟมอด’ ในการสอน จนกระทั่งดึงตัวเองกลับมาและอยู่กับชั้นเรียนมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว หนังสือเล่มนี้เขาได้ลงมือเขียนด้วยตนเองโดยมุ่งหวังให้เป็นหนังสือที่เป็นกำลังใจให้แก่เพื่อนครูที่ยังทำงานยืนหยัดอยู่ในสายงานนี้ แม้ในช่วงเวลาที่ต้องเจอปัญหาหนักหนาจนถึงที่สุด

 

06-to-be-a-happy-tc

 

หมวดการเป็นครูที่มีความสุข

หนังสือที่เสนอแนะวิธีการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในมุมมองที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่เศรษฐศาสตร์ มุมมองเชิงวิทยาศาสตร์ และปรัชญาจากญี่ปุ่น แม้ว่าหนังสือชุดนี้ที่จริงแล้วเป็นหนังสือที่ใช้อ่านกันในหมู่คนทั่วไป แต่ที่ EDUCA อยากนำมาแนะนำให้กับคุณครู เพราะเชื่อว่า ครูทุกท่านล้วนเป็นมนุษย์ที่ต่างแสวงหาความหมายของชีวิต และต้องการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกันทั้งสิ้น

 

  1. พฤติกรรมความสุข (The Happiness Manual)

ผู้เขียน: ณัฐวุฒิ เผ่าทวี
สำนักพิมพ์: SALMONBOOKS

ผลงานของนักเศรษฐศาสตร์ความสุขและศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมศาสตร์ ที่นำประสบการณ์ส่วนตัวและงานวิจัยจำนวนมากมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวให้ชวนขบคิดว่า เราใช้เวลาในแต่นาทีกันอย่างไร พฤติกรรมของเราในวันนี้สัมพันธ์กับความสุขแค่ไหน และการตัดสินใจแต่ละครั้งส่งผลไปถึงชีวิตวันข้างหน้าได้จริงไหม

 

  1. คู่มืออยู่อย่างวิทย์ (Science for life : A manual for better living)

ผู้เขียน: ไบรอัน เคล็กก์
ผู้แปล: พิดา พิสิฐบุตร
สำนักพิมพ์: ไต้ฝุ่น

วิทยาศาสตร์ได้ให้คำตอบและทำให้มนุษย์สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้มนุษย์อยู่อย่างสุขสบายมากขึ้น และแน่นอนว่าย่อมนำมาซึ่งความสุขในชีวิตประจำวัน หนังสือเล่มนี้ได้มุ่งไขข้อข้องใจว่าเราควรกิน อยู่ และใช้ชีวิตอย่างไรที่จะสอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยรวบรวมจากข้อมูลงานวิจัยที่น่าเชื่อถือและนำมาเขียนในภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย นับเป็นคู่มือในการดำเนินชีวิตประจำวันที่ควรมีติดไว้ในทุกบ้าน

 

  1. อิคิไก: ความหมายของการมีชีวิตอยู่   

ผู้เขียน: Ken Mogi
ผู้แปล: วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ
สำนักพิมพ์: Move Publishing

เหตุผลในการมีชีวิตอยู่คืออะไร? คือคำถามที่คนญี่ปุ่นพยายามคิดหาคำตอบด้วยความเชื่อที่ว่า เหตุผลที่ทำให้อยากตื่นเช้าขึ้นมาใช้ชีวิตของแต่ละคนนั้นคือเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของเรา โดยคนญี่ปุ่นเรียกสิ่งๆ นี้ว่า ‘อิคิไก’ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน สำหรับบางคนอาจจะเป็นความสุขเล็กน้อยจากบางช่วงเวลา หรือการดำเนินชีวิต พบการงานที่สอดคล้องกับตัวเอง โดยหนังสือเล่มนี้จะมุ่งทำความเข้าใจและช่วยค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ผ่านเสาหลัก 5 ประการของอิคิไก

 

07understand

 

หมวดเข้าใจเด็ก

นอกจากความรู้เชิงวิชาการแล้ว คุณสมบัติที่ควรจะมีติดตัวครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนคือ ความเข้าอกเข้าใจในตัวนักเรียน ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ระบบการศึกษาก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ความทุกข์ในวัยเรียนของนักเรียนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

 

  1. แสบ

ผู้เขียน: โหวเหวินหย่ง
ผู้แปล: อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี
สำนักพิมพ์: mangmoom book

การสอบโอเน็ตที่ใกล้เข้ามาทำให้ เซิ่งเจิ้งเจี๋ย ต้องพบกับความกดดันอันหนักหน่วง นวนิยายขายดีในไต้หวัน ที่ว่าด้วยเรื่องการศึกษาที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน โดยเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ต้องแบกความกดดันและความยากลำบากจากระบบการศึกษาที่ขึ้นชื่อว่า ‘โหด’ ติดอันดับโลก หนังสือเล่มนี้นอกจากจะมีประโยชน์ในแง่ของการทำให้เรารู้จักการศึกษาของประเทศเพื่อนบ้านที่ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถใช้ในการสะท้อนระบบการศึกษาที่กำลังทำร้ายเด็กไทย เพื่อให้ครูรู้จักและเข้าใจความทุกข์ในมุมมองของนักเรียนให้มากขึ้น

 

  1. นี่แหละเด็กและโรงเรียนประถมศึกษาภาคปฏิบัติ

ผู้เขียน: อาจารย์พวงเพ็ชร เอี่ยมสกุล และเกรียง กีรติกร
จัดทำโดย: บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด  

หนังสือที่รวบรวมมรดกทางความคิดและจิตวิญญาณสำหรับครูและผู้บริหารโรงเรียน เขียนโดยบุพพการีและบุคคลผู้เป็นที่รักยิ่งของ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่เป็นรากฐานแนวคิดที่สำคัญต่อวงการศึกษาไทยด้วยเจตนารมณ์ที่หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับการจัดการศึกษาของประเทศ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาที่ทำให้ครูจะได้เข้าใจธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย เพื่อให้สามารถจัดการศึกษาได้อย่างถูกต้องสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก

 

08-end

 

‘การอ่าน’ นับเป็นกิจกรรมที่เพิ่มพูนสติปัญญาและทักษะต่างๆ อย่างเช่น ทักษะทางภาษาศาสตร์ การจัดระเบียบความคิดให้เป็นระบบ ทั้งนี้ คนที่อ่านหนังสือจะได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น และเข้าใจสิ่งที่ไม่เคยชินในชีวิตประจำวัน

การได้พบนิยายดีๆ สักเล่ม จะทำให้คนอ่านสามารถเข้าใจความเป็นมนุษย์คนอื่น และมีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้นด้วย และโดยเฉพาะคุณครู นอกเหนือจากการอ่านเพื่อเพิ่มเติมความรู้เชิงวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้แล้ว ยังทำให้ครูได้เรียนรู้ ‘ความเป็นครู’ ที่สามารถเข้าอกเข้าใจนักเรียนมากขึ้น

Share With: