Love, Simon (2018): ภาพยนตร์ที่ทำให้ครูเข้าถึงจิตใจของเด็กหนุ่มผู้หวาดกลัวความเปลี่ยนแปลง

WEBLovesimon-02

Love, Simon (2018): ภาพยนตร์ที่ทำให้ครูเข้าถึงจิตใจของเด็กหนุ่มผู้หวาดกลัวความเปลี่ยนแปลง

เรื่อง: มนาปี คงรักช้าง

 

บทความมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์
 
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเรามีโอกาสได้ไปดูภาพยนตร์ LGBTQ ในวัยเรียนเรื่อง Love, Simon (2018) ซึ่งนอกจากภาพยนตร์จะมีความสนุกสนานแล้ว ภาพยนตร์ยังมีแง่มุมที่ทำให้เราคิดถึงและอยากชักชวนให้ครูไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้

 

Love, Simon (2018) หรือ อีเมลลับฉบับ, ไซมอน

ภาพยนตร์ถ่ายทอดชีวิตของไซมอนในระหว่างปีสุดท้ายของการเรียนมัธยมปลาย ไซมอนรู้ตัวว่าเป็นเกย์แต่ไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวเองเพราะกลัวว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับจากทั้งบ้านและสังคม เขาต้องกุมความลับของตัวเองเป็นเวลาหลายปี

จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาถูกเพื่อนคนหนึ่งในโรงเรียนจับได้และถูกข่มขู่ว่าจะเปิดเผยความลับหากไม่ช่วยให้เพื่อนคนนั้นได้สมหวังกับเพื่อนนักเรียนสาวคนสนิทของไซมอน ซึ่งนำไปสู่การโกหกและปกปิดความเป็นเกย์ของตนเองด้วยวิธีการต่างๆ ขณะเดียวกับที่ไซมอนเองก็ตามหาเพื่อนจากทางอีเมลผู้ที่โต้ตอบกันเรื่องความรู้สึกภายในใจของเขา

 

2lovesimon

 

ภาพยนตร์ใช้วิธีการเล่าสลับไปมาระหว่างที่บ้าน โรงเรียน และการใช้ชีวิตของวัยรุ่นอเมริกัน ซึ่งทำให้เราได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งสะท้อนถึงความรักและใกล้ชิดภายในครอบครัวของไซมอน กลุ่มเพื่อนทำกิจกรรมที่น่ารักและเป็นเพื่อนที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่าไซมอนเป็นคนโชคดีมากๆ

 

ภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของเกย์ในมิติต่างๆ ทั้งการถูกพูดถึงจากเพื่อนและครอบครัว การถูกล้อเลียนเกย์ที่อยู่ในโรงเรียน รวมไปถึงความรู้สึกอัดอั้นที่ระบายออกผ่านการโพสต์ข้อความเปิดเผยความลับว่าตนเองเป็นเกย์ของบุคคลลึกลับในเพจของโรงเรียน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นเรื่องของการเขียนอีเมลแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้สึกในการยอมรับและเปิดเผยตนเองกับคนอื่นระหว่างเขากับไซมอน

 

ประเด็นสำคัญที่อยากแนะนำให้ครูเห็นคือ บรรยากาศในโรงเรียนที่เป็นสถานที่รวมของผู้คนที่ทำให้เรื่องราวในหนังเรื่องนี้มีความหมาย และบุคคลสำคัญที่ทำให้บรรยากาศในโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กก็คือ ‘ครู’

 

7

 

ครูเวิร์ธ รองผู้อำนวยการ ที่แม้จะมีนิสัยเข้มงวดต่อนโยบาย ‘การงดโทรศัพท์มือถือระหว่างโถงทางเดิน’ แต่ก็ยังคงพูดคุยถึงเหตุผลและมีความเป็นกันเองกับนักเรียนรวมทั้งนโยบาย ‘open door, open mind’ ที่สนับสนุนและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลด้วย

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพ ‘ครู’ ทำให้เรามักจะได้พบเจอเด็กนักเรียนที่มีพฤติกรรมแตกต่างกันหลากหลายอย่าง

ยิ่งในช่วงมัธยมปลายที่วัยรุ่นทั้งหลายยังคงค้นหาตัวเองและมีพฤติกรรมไม่เข้าร่องเข้ารอยอยู่บ้าง บางทีก็มีการตัดสินใจเพี้ยนๆ บางอย่างจากอารมณ์หุนหันพลันแล่น

สิ่งที่ครูเวิร์ธทำเมื่อพบเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้คือ การสนับสนุนโดยพูดให้กำลังใจเพื่อทำให้นักเรียนเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

 

90

 

สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญของครูในการสร้างบรรยากาศที่เคารพต่อความแตกต่างหลากหลายเกิดขึ้นในช่วงท้ายของภาพยนตร์

 

จากเหตุการณ์ที่ไซมอนถูกเปิดเผยความลับ เขาถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนกลางโรงอาหาร แม้ว่าเพื่อนบางคนจะก้าวขาออกจากโต๊ะเหมือนจะเข้าไปหยุดการกลั่นแกล้ง แต่คุณครูนั่นเองที่มีบทบาทหลักในการหยุดพฤติกรรมกลั่นแกล้ง และสร้างบทเรียนที่ทำให้ทั้งผู้ล้อเลียนและผู้ถูกล้อเลียนเกิดความเข้าอกเข้าใจกัน

 

6

 

‘ความเป็นครู’ ที่สะท้อนจากภาพยนตร์

  • การเป็นต้นแบบที่ดีในการเคารพความแตกต่างหลากหลายในโรงเรียน
  • การสนับสนุนให้นักเรียนรู้และเข้าใจว่า อะไรคือการละเมิดสิทธิของผู้อื่น อย่างการกลั่นแกล้งทางวาจา การข่มขู่ ตลอดจนการล้อเลียนต่างๆ
  • บทเรียนจากการทำงานเป็นทีมของคุณครูที่มีทิศทางการจัดการดูแลและเยียวยานักเรียนไปในทางเดียวกัน ซึ่งสามารถสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยต่อการเคารพในความแตกต่างหลากหลายของนักเรียนได้

 

สิ่งสำคัญที่สุดที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมไป ได้สะท้อนผ่านคำพูดของไซมอน

“ทุกคนมีความลับและต้องการที่จะเลือกเวลาที่จะให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยตนเอง”

ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาว่า ‘ระหว่างที่เราต้องการช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาของนักเรียนนั้น เราได้ละเลยความไว้ใจของนักเรียนที่บอกความลับส่วนตัวของเขาให้กับเราหรือเปล่า’

 

3

 

จากภาพยนตร์แสดงให้เห็นปัจจัยที่ช่วยให้ไซมอนกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเขา คือ

  • การมีครอบครัวที่เข้าใจและยอมรับความเป็นตัวเขา
  • เพื่อนที่เปิดกว้างและให้อภัยต่อสิ่งที่ไซมอนทำ
  • ครูที่มีส่วนในการสร้างบรรยากาศโรงเรียนที่เคารพต่อความแตกต่างหลากหลาย
  • การยอมรับและเคารพตนเองอย่างจริงใจ

 

ไซมอนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนคนอื่นๆ ในโรงเรียนที่ติดกับความกลัวที่จะเปิดเผยตัวตนของตนเองให้กล้าที่จะยอมรับและแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ‘สิ่งที่เขาเป็นนั้นเป็นความจริงภายใต้ความเคารพบนความหลากหลายต่อตนเองและผู้อื่นได้’
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสดีๆ เช่นนี้ แต่เพราไซมอนโชคดีที่มีบุคคลรอบข้าง ทั้งครอบครัวและเพื่อนที่พร้อมให้การสนับสนุน และสำคัญที่สุดคือ ‘ครูผู้สร้างบรรยากาศปลอดภัยในโรงเรียน’ ทำให้เขากล้าที่จะเผชิญหน้าความจริง ก้าวผ่านปัญหาใหญ่ๆ ในชีวิต

Share With: