การปฏิรูปทั้งโรงเรียนจะเกิดผล หากครูผู้สอนเชื่อใจในตัวนักเรียน: ‘หนึ่งวันในโรงเรียนฮามาโนโกะกับสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้’ โดย ริเอะ ทาคาฮาชิ

AWHamanogo-08

การปฏิรูปทั้งโรงเรียนจะเกิดผล หากครูผู้สอนเชื่อใจในตัวนักเรียน: ‘หนึ่งวันในโรงเรียนฮามาโนโกะกับสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้’ โดย ริเอะ ทาคาฮาชิ

การปฏิรูปการเรียนการสอนภายใต้แนวคิดการสร้าง ‘โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้’ (School as Learning Community: SLC) ทำให้โรงเรียนฮามาโนโกะ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ โรงเรียนยังคงนำหลักการดังกล่าวมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ 20 โดยหัวใจสำคัญของการปฏิรูปอยู่ที่ ‘ความเชื่อใจ’ ที่ครูมอบให้แก่นักเรียน

 

riee

บรรยากาศระหว่าง ‘ริเอะ ทาคาฮาชิ’ ที่ปรึกษาด้านการศึกษา ผู้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนฮามาโนโกะพร้อมกับกลุ่มผู้อำนวยการผู้นำ ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้พบในวันนั้นให้กลุ่มครูไทยได้เรียนรู้ร่วมกัน

 

riee

‘หนึ่งวันในโรงเรียนฮามาโนโกะ’ ประกอบด้วย 4 กิจกรรม อันเป็นขั้นตอนการปฏิบัติภายใต้แนวคิด SLC ได้แก่

  1. Whole classroom observation: การเดินดูทั้งโรงเรียน โดยจะเน้นดูบรรยากาศโดยรวมและควรดูให้ครบทุกห้องเรียน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและการปฏิบัติในโรงเรียน
  2. Special Open Lesson: กิจกรรมเปิดห้องเรียน ที่ให้เข้าไปสังเกตการเรียนรู้ของนักเรียนตลอดทั้งคาบเรียน
  3. Reflection: ช่วงที่ครูและผู้บริหารโรงเรียนมาสะท้อนคิดบทเรียนจากการร่วมสังเกตชั้นเรียน   
  4. Symposium by Experts: ช่วงที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน SLC ในที่นี้คือศาสตราจารย์ซาโต มานาบุ ได้มาถ่ายทอดสิ่งที่พบจากการสังเกตชั้นเรียน

 

riee

ภาพ: manabusato.com

ศาสตราจารย์ ซาโต มานาบุ ผู้อุทิศตัวให้กับการทำวิจัยเรื่อง การปฏิรูปโรงเรียนให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้และการนำทฤษฎีมาปฏิบัติจริง โดยเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนในประเทศกว่า 1,000 โรง และในต่างประเทศกว่า 100 โรง ได้ให้ข้อคิดเห็นที่นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเด็ก และการพัฒนาชั้นเรียนแล้ว อาจารย์ยังเชื่อมโยงไปสู่การสร้างการปฏิรูปให้เกิดขึ้นในระดับทั้งโรงเรียน โดยมุ่งเน้นให้เกิด ‘ความเชื่อใจ’ ระหว่าง ‘นักเรียน’ และ ‘ครูผู้สอน’

5 (1)

ภาพนี้คือภาพบรรยากาศของการสังเกตชั้นเรียน แสดงให้เห็นว่า ครูผู้สอนจะยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียน ผู้สังเกตการณ์จากภายในโรงเรียนจะสังเกตการณ์การเรียนรู้ของนักเรียนโดยนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียน เพื่อไม่ให้รบกวนการเรียนรู้ ส่วนผู้สังเกตการณ์จากภายนอกจะสังเกตการณ์โดยการยืนล้อมอยู่รอบห้องอีกทีหนึ่ง

 

riee

อาจารย์คิโยมิ อะกิตะ คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมอภิปรายในวันนั้น ได้พูดในประเด็นหนึ่งซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างมากโดยอาจารย์ได้พูดถึงความแตกต่างระหว่าง ‘Believe’ กับ ‘Trust’  

‘Believe’ คือความเชื่อที่เกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ‘เราเชื่อว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนเพราะเราเคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาแล้ว’

‘Trust’ คือความเชื่อในลักษณะของการเชื่อใจกัน ซึ่งเป็นความเชื่อมั่นในสิ่งที่แม้ว่าในอนาคตจะยังไม่แน่นอน แต่เราก็เชื่อในตัวของบุคคลคนนี้ เพราะเรามีความหวังต่อนาคตข้างหน้า เป็นต้น

 

7 (1)

สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเรียนรู้ของนักเรียนคือ ครูจะต้อง ‘Trust’ ในตัวเด็กนักเรียน

Share With: